ลิป dior สวย ติดทน

ลิป dior ไอเท็มช่วยแต่งเติมสีปากให้มีสีสันสดใส สามารถใส่ความสร้างสรรค์ครีเอทลุคใหม่ๆ สนุกๆ ได้ทุกวัน แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนการครีเอทก็ต้องมีไอเท็มลิปสติกเลิศๆ กันเสียก่อน วันนี้โว้กบิวตี้จึงขอยก 7 ลิปที่ควรมีติดกรุ ในงบไม่เกิน 1,500 บาท จากแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Dior มาฝากกัน

ลิป dior สวย ไม่ควรพลาด

ลิป dior ลิปกลอสอันหรูหราจาก Dior ให้ความชุ่มชื้นและเปล่งประกายด้วยปริมาตรที่ติดทนนานทันที ทำให้ริมฝีปากของคุณดูสวยอวบอิ่มไม่แห้ง ช่วยปรับปรุงกระบวนการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติเพื่อให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน และดูอิ่มทันที กลิ่นมิ้นต์ ช่วยให้ริมฝีปากรู้สึกสดชื่น ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง

Dior Addict Lip Tattoo ปริมาณ 6 ml. (ราคา 1,390 บาท)
ลิปสติกหนึ่งในรุ่นที่เป็นตำนานของ Dior แพ็กเกจมีความหรูหราน่าใช้ เนื้อลิปสติกเป็นแบบทินท์ ค่อนข้างบางเบาแต่ติดทนนาน เม็ดสีชัด ทาแล้วให้ความชุ่มชื้น แลดูริมฝีปากสุขภาพดี มีหลากเฉดสีให้เลือก
Dior Addict Lip Glow ปริมาณ 3.5 g. (ราคา 1,390 บาท)
ลิปบาล์มที่แพ้ให้ทั้งใจตั้งแต่แพ็กเกจ มีความน่ารักหรูหรา เวลาหยิบขึ้นมาใช้ก็ดูดี สำหรับตัวนี้จะเป็นลิปบาล์มออกสี เน้นเป็นโทนธรรมชาติ ให้ฟีลริมฝีปากชุ่มชื้นระเรื่อๆ ให้ทั้งสีสันที่สวยงามพร้อมบำรุงไปในตัว ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมจาก Dior ที่ต้องบอกว่า Must Have สุดๆ
Rouge Dior ปริมาณ 3.5 g. (ราคา 1,490 บาท)
ลิปสติกที่ให้เม็ดสีชัด กลบสีปากได้มิด ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากดีมากๆ สำหรับคนที่มีริมฝีปากแห้งก็สามารถใช้ควบคู่กับลิปบาล์มหรือลิปกลอสได้เลย เนื้อลิปเกลี่ยง่าย ไม่ตกร่อง ไม่ทำให้ปากแห้ง ความติดทนอยู่ในระดับปานกลาง
Dior Addict Stellar Shine ปริมาณ 3.2 g. (ราคา 1,490 บาท)
ลิปบาล์มที่ช่วยเพิ่มสีสันและประกายแวววาวให้กับริมฝีปาก สีของเนื้อลิปมีความติดทน ไม่หนักปาก มีทั้งเฉดสีอ่อนเป็นธรรมชาติจนถึงสีที่ออกชัดให้เลือกตามชอบ เรื่องความชุ่มชื้นก็ต้องบอกว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด

ประวัติความเป็นมา

ลิป dior ฉันแน่ใจว่าผู้หญิงในโลกแฟชั่นมักจะพูดถึงแบรนด์ดังระดับโลกเสมอเมื่อพวกเขาพูดคุย ชื่อที่หลุดออกจากปากของสาวๆ ถ้าคุณชอบรสชาตินี้คุณต้องได้มัน แน่นอนว่าแบรนด์แฟชั่นเหนือกาลเวลาอย่าง Dior… Dior เป็นแบรนด์เหนือกาลเวลาที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940 โดย Christian Dior อัจฉริยะชาวฝรั่งเศสผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และแม้ว่าคริสเตียน ดิออร์จะล่วงลับไปแล้วจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าประวัติศาสตร์และตำนานของผลงานอันโด่งดังของเขายังคงถูกจดจำและทิ้งร่องรอยของเขาไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการแฟชั่นในฐานะผู้ชายที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงไปตลอดกาล วงการแฟชั่น

คริสเตียน ดิออร์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม ปี 1905 ณ เมืองกร็องวิลล์ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรังเศส ในครอบครัวของผู้มีอันจะกัน สองสามีภรรยานามว่า เมเดอลีน และ มอริส ดิออร์ เมื่อหวนเวลากลับไปสู่วัยเด็กของเขาแล้วนั้น เราต่างพบว่า คริสเตียนเป็นเด็กชายผู้เรียบร้อย และละเอียดอ่อนอย่างน่าประหลาด งานอดิเรกที่แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันก็เห็นจะเป็นการชื่นชอบออกแบบ และตกแต่งบ้าน และเมื่อโตขึ้นมาสักหน่อยจิตวิญญาณของศิลปินที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเขาอย่างเต็มเปี่ยมนั้น ก็เริ่มแสดงให้หลายคนได้ประจักษ์ เมื่อความชื่นชอบของเขายังไปเกี่ยวข้องกับ ศิลปะการเต้นบัลเลต์ และงานจิตรกรรม อีกทั้งหลายคนในละแวกบ้านของเขายังรู้จักคริสเตียนในฐานะของนักออกแบบเสื้อผ้าให้กับคนในครอบครัว กระทั่งเมื่อคริสเตียน ก้าวเท้าเข้าสู่ช่วงเวลาวัยรุ่น เขาคือคนที่คลั่งไคล้กับชีวิตในแวดวงผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะอย่างโงหัวไม่ขึ้น คริสเตียนมักจะแอบครอบครัวเข้าไปพบปะพูดคุยกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะอยู่บ่อยครั้งในบาร์ หรือแกลอรี่สักแห่ง หนึ่งในนั้นยังรวมไปถึงจิตรกรรมระดับโลกอย่าง ปิกัสโซ่ อีกด้วย

ในปี ค.ศ. 1947 คริสเตียน ดิออร์ ได้เปิดตัวแฟชั่นแนวใหม่ที่เราทุกคนต่างรู้จักกันในนาม “New Look” แฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างไม่อาจมีใครปฏิเสธได้ ด้วยการริเริ่มให้เหล่าสุภาพสตรีแห่งยุโรปกลับมาแต่งตัวสวยได้อีกครั้ง หลังจากความรวดร้าว และความเบื่อหน่ายเต็มทนจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เสื้อไหล่แคบ ที่มาพร้อมกับกระโปรงยาว ซึ่งเหล่านี้เองที่มาแทนที่ เสื้อรูปแบบไหล่กว้าง และกระโปรงสั้นทรงตรงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งแนวความคิดในครั้งนี้ยังได้สร้างสรรค์ออกมาเป็นคอลเล็กชั่น ซึ่งจะเน้นไปถึงการออกแบบเสื้อผ้าที่หรูหรา

กระนั้นชีวิตมนุษย์ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เมื่อพ่อของเขาได้เอ่ยคำขาด หักเหเส้นทางชีวิตของเขา ด้วยการบังคับให้คริสเตียนเลือกเรียนวิชานักการฑูต ณ โรงเรียนรัฐศาสตร์ Des Sciences Politiques ตามประสาชาวฝรั่งเศสที่มีอันจะกิน ทว่าเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปีที่ 4 คริสเตียนก็ยังดูไม่มีวี่แววว่าจะประสบความสำเร็จในเส้นทางสายนี้ที่พ่อของเขาเป็นผู้ขีดเขียนให้กับกระโปรงฟูฟ่องบานที่จะทำให้ผู้หญิงรู้สึกสดชื่นราวกับดอกไม้ ได้รับอิทธิพลเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่น ทำให้นิวลุคมีกลิ่นอายแบบโอเรียนทัล (สังเกตได้จากหมวก) และผลงานชุดนี้ของเขานั้นก็ได้สร้างชื่อให้แก่เขา จนเขาได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่ง Style Dictator และอาจกล่าวได้ว่าเสื้อผ้านิวลุคนี้ ได้ปฏิวัติวงการแฟชั่นของเหล่าสุภาพสตรี กระทั่งเปลี่ยนให้กรุงปารีสกลายเป็นศูนย์กลางของโลกแฟชั่นอีกที่หนึ่งจนได้ ก่อนที่หลังจากนั้นเพียงขวบปีคริสเตียนปิดตัวไลน์น้ำหอมของแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน

 

บทความแนะนำ